Subscribe:
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาการแพ้ท้อง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาการแพ้ท้อง แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2555

เคล็ดลับป้องกันการแพ้ท้อง อาการคลื่นไส้ ระหว่างตั้งครรภ์

คุณแม่มือใหม่ส่วนใหญ่มักประสบปัญหาการแพ้ท้องมากบ้างน้อยบ้าง วันนี้เรามีวิธีและแนวทางป้องกันอาการแพ้ท้อง อาการคลื่นไส้ระหว่างตั้งครรภ์มาฝาก อาการแพ้ท้องนั้น

ระดับของการแพ้ท้อง

อาการคลื่นไส้ แพ้ท้องระดับที่ 1 มีอาการคลื่นไส้ เวียนศีรษะเล็กน้อย มักมีอาการในช่วงเช้า รับประทานอาหารได้น้อยลง มีการอาเจียนบ้าง แต่สามารถบรรเทาได้เมื่อปฏิบัติตามคำแนะนำด้านล่าง ถ้าคุณแพ้ท้องแบบนี้ก็สบายใจได้ว่าการแพ้ท้องของคุณอยู่ในระดับ Morning Sickness ทั่ว ๆ ไป ไม่น่ากังวลมาก น้ำหนักตัวของคุณแม่ตั้งครรภ์ 3 เดือนแรก ควรเพิ่มขึ้น 1-2 กิโลกรัม ในช่วงที่แพ้ท้องมากจนรับประทานอาหารไม่ค่อยได้ คุณแม่ตั้งครรภ์อาจมีน้ำหนักลดลงเล็กน้อย

ระดับที่ 2  มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน รับประทานอาหารไม่ได้ พักผ่อนอย่างไรก็ไม่ดีขึ้น และมีปัสสาวะสีเข้ม ต้องรีบพบแพทย์ กรณีที่อาเจียนมากจนรับประทานอาหารไม่ได้ คุณหมออาจให้น้ำเกลือ หรือฉีดกลูโคส เพื่อบรรเทาอาการอ่อนเพลียก่อน แล้วอาจให้รับประทานยาประเภท Dimenhydrinate ซึ่งเป็นยาระงับอาการคลื่นไส้ ซึ่งต้องรับประทานก่อนที่จะเกิดอาการแพ้ รวมทั้งการแนะนำให้ปรับวิธีรับประทานอาหาร เมื่อพบแพทย์และปฏิบัติตามคำแนะนำแล้วอาการแพ้ท้องก็จะบรรเทาลงได้

ระดับที่ 3 เป็นการแพ้ท้องขั้นรุนแรง ซึ่งทางการแพทย์ เรียกว่า Hyperemesis Gravidarum (HG) พบประมาณ 0.3 ถึง 2% ในหญิงตั้งครรภ์ อาการจะรุนแรงถึงขั้นที่คุณแม่รับประทานอะไรไม่ได้เลย อาเจียนมากจนร่างกายขาดทั้งน้ำและอาหาร บางคนอาเจียนจนหลอดเลือดที่อยู่บริเวณหลอดอาหารมีการฉีกขาดจนมีเลือดปนมากับอาเจียน บางคนอาเจียนจนมีเลือดออกใต้เยื่อบุตา ผู้ที่แพ้ท้องขั้นรุนแรง จะเริ่มแพ้เร็วกว่าการแพ้ท้องธรรมดาและมักจะแพ้นาน บางรายอาจแพ้ท้องอย่างหนักไปจนถึงคลอด แต่ส่วนใหญ่จะดีขึ้นเมื่อตั้งครรภ์ได้ 20 สัปดาห์

ถ้าแพ้ท้องถึงระดับนี้ก็จำเป็นต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเพื่ออยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด โดยแพทย์จะให้น้ำเกลือ ซึ่งบางครั้งอาจมีการให้อาหารผ่านทางน้ำเกลือ เช่น วิตามินบี 6 และให้ยาช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้องด้วย

เคล็ดลับป้องกันอาการแพ้ท้อง อาการคลื่นไส้ 

1. รับประทานอาหารจำพวกแป้ง ที่ขบเคี้ยวง่ายและไม่หวานมาก ทันทีที่คุณตื่นนอน เช่น บิสกิตหรือขนมปังกรอบ จากนั้นให้นอนพักอีก 15-30 นาที ก่อนลุกออกจากเตียง
2. ทานอาหารเช้าจำพวก “โปรตีน” สูงๆ เช่น โยเกิร์ต ไข่ เนยแข็ง
3. ดื่มน้ำมากๆ ไม่ว่าจะเป็นเปล่า น้ำผลไม้ นม ชาผลไม้ น้ำอะไรก็ตามที่คุณสามารถดื่มได้ น้ำขิงหรือชาขิงจะช่วยให้อาการคลื่นไส้อาเจียนลดลงและทำให้หายจากอาการแพ้ท้องได้
4. รับประทานผลไม้ คุกกี้ นม เป็นอาหารว่าง
5. รับประทานอาหารเช้าบนเตียง ทานช้า ๆ และพักสักครู่ก่อนลุกจากเตียง
6. พยายามทำให้อากาศในห้องนอนถ่ายเทได้สะดวก หมั่นรับอากาศบริสุทธิ์อย่างสม่ำเสมอ 
7. หลีกเลี่ยงอาหารมันที่ย่อยยาก  หลีกเลี่ยงอาหารที่มีเครื่องเทส เช่น แกงกะหรี่ อาหารทอด หรืออาหารที่มีความเป็นกรดสูง เพราะอาหารเหล่านี้ย่อยยาก
8. พยายามรับประทานครั้งละน้อยๆ แต่รับประทานบ่อยๆ
9. ห้ามรับประทานยาแก้คลื่นไส้เองโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์
10. เลือกกินอาหารที่มีแร่ธาตุสังกะสี ซึ่งพบมากในอาหารประเภทผลิตภัณฑ์นม เนื้อสัตว์ ตับ ไข่ ปลา สัตว์น้ำประเภทมีเปลือก ถั่ว พืชประเภทถั่ว ข้าโพด หรือในรูปอาหารเสริมก็ได้ มีงานวิจัยชี้ว่าผู้หญิงที่กินอาหารที่มีแร่ธาตุสังกะสี มีแนวโน้มที่จะแพ้ท้องน้อยกว่า

สิ่งสำคัญ พยายามหาเวลาผ่อนคลายเพื่อกำจัดความเครียดที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน การพูดคุยกับว่าที่คุณแม่คนอื่นๆ ที่มีอาการแพ้ท้องเช่นเดียวกันก็สามารถช่วยผ่อนคลายได้ การแพ้ท้องเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยทั้งการรักษาทางกายและใจ ที่ใจนั้นเราต้องพยายามอดทน สติตลอดเวลา ฝึกสมาธิ ฝึกการหายใจเข้า-ออก จะช่วยได้มาก 
Read more >>

ถ้าแพ้ท้องมากแล้วจะทานอาหารอย่างไรดี? มีคำตอบ

สำหรับคุณเม่มือใหม่ที่เกิดอาการแพ้ท้องมาก  มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน รับประทานอาหารไม่ค่อยได้ ในบางรายอาจทำให้การรับรู้รสชาติของคุณแม่เปลี่ยน แปลงไป ทำให้รู้สึกกินอาหารไม่อร่อย ทั้งที่เป็นของที่เคยชอบมาก่อน หรือรู้สึกขมๆ เฝื่อนๆ มีรสชาติแปลกๆ ในปาก บางทีก็อยากกินของแปลกๆ ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นอาการแพ้ท้องทั่วไปของคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ ดังนั้นวันนี้ เราจึงได้นำข้อแนะนำการทานอาหารสำหรับคุณแม่ที่มีอาการแพ้ท้องมากมาฝาก

แพ้ท้องมาก

อาการแพ้ท้องมากและการทานอาหาร 

โดยทั่วไปช่วงที่คุณแพ้ท้องมาก จะเป็นช่วงระยะเวลา 8 -12 สัปดาห์ จtมีระดูครั้งสุดท้าย หรือจะเรียกว่าอายุครรภ์ประมาณ 8-12 สัปดาห์ นั่นเอง จนถึงปัจจุบันทางการแพทย์ยังไม่ทราบว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการแพ้ท้อง เช่น อาการคลื่นไส้ วิงเวียน อาเจียน อาการคลื่นไส้และอาเจียน เป็นอาการที่พบได้บ่อยในหญิงที่เริ่มตั้งครรภ์ทั้งนี้เชื่อกันว่าในร่างกายมีฮอร์โมนบางชนิดเพิ่มมากขึ้น อาการนี้จะเป็นมากในระยะเริ่มต้นของการตั้งครรภ์ และโดยทั่วไปจะอยู่ประมาณ 1-2 เดือน ซึ่งในช่วงนี้ร่างกายของคุณยังไม่จำเป็นต้องการอาหารมากมายเพื่อเลี้ยงดูเด็กอ่อนในมดลูก 

สิ่งสำคัญที่คุณควรได้รับ คือ น้ำเกลือ และเกลือแร่ แต่เนื่องจากประสิทธิภาพของการทำงานของกระเพราะอาหารน้อยลง จึงควรดื่มน้ำทีละน้อยแต่บ่อยๆ ควรทานอาหารจำพวกแป้งให้มากขึ้นในระยะนี้ จึงจะได้พลังงานเพียงพอสำหรับร่างกาย นอกจากนี้ควรทานเนื้อสัตว์และผลไม้ร่วมด้วย ถ้าไม่ทำให้เกิดอาการแพ้มากขึ้น อาหารที่ค่อนข้างมัน เช่น ข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ อาจจะกระตุ้นให้เกิดอาการคลื่นไส้ได้ง่ายขึ้น และยังทำให้ท้องอืดได้นานกว่าอาหารประเภทอื่น จึงควรหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านี้ในระยะนี้ 

ในบางประเทศไม่แนะนำให้ทานยาแพ้ท้อง โดยเชื่อว่าอาจจะเป็นสาเหตุทำให้เด็กพิการทางร่างกายได้ สำหรับประเทศไทยสูตินารีแพทย์มักจะให้ยาแก่คนที่แพ้ท้องมากทุกคน การทานวิตามินบี 1, 6 และ 12 อาจจะทำให้อาการแพ้ท้องน้อยลง โดยเฉพาะวิตามินบี 6 ที่มีหลักฐานยืนยันมากขึ้นว่า อาจช่วยลดอาการคลื่นไส้ อาเจียนในระยะนี้ได้ แต่ไม่ควรทานยาบำรุงเหล็กในช่วงนี้ เพราะอาจจะทำให้อาการคลื่นไส้อาเจียนเป็นมากยิ่งขึ้นได้

คำแนะนำเพิ่มเติม
สำหรับผู้ที่มีอาการแพ้ท้องมาก สามารถลองทานอาหารเหล่านี้เพื่อช่วยลดอาการแพ้ท้อง
  • ดืมน้ำอุ่น บ่อยๆ หรืออาจเป็นพวกน้ำผลไม้ก็ได้จะช่วยให้สดชื่น
  • อาจลองจิบน้ำขิงบ่อยๆ 
  • ทานอาหารจำพวกนมเปรี้ยว โยเกิร์ต 
  • ทานขนมปังกรอบ (พวกรสเค็มนิดๆ) 
อ่านเพิ่มเติมบทความ เคล็ดลับป้องกันอาการคลื่นไส้

Read more >>